ข้าวกล้องงอกทับทิมชุมแพ

Last updated: May 11, 2018  |  451 จำนวนผู้เข้าชม  |  รวมสายพันธุ์ข้าวนานาชนิด

ข้าวกล้องงอกทับทิมชุมแพ

ข้าวทับทิมชุมแพ เพื่อสุขภาพกันเถอะ มากินข้าว “ลูกครึ่ง” เพื่อสุขภาพกันเถอะ

หน้าตาคมสัน ผิวเข้ม หุ่นดีที่สำ คัญเป็น...“ลูกครึ่ง” ที่น่า“หม่ำ�”เอามากๆแถมยิ่งหม่ำ ก็ยิ่งดีต่อสุขภาพเสียอีก
...ไม่เหมือน “ลูกครึ่ง” หรือ “ครึ่งควบลูก” อย่างว่า...เพราะนี่คือ “ข้าวทับทิมชุมแพ” ข้าวลูกครึ่ง “อีสาน-ใต้”
น้องใหม่มาแรงที่เพิ่งเปิดตัวเข้าสู่วงการ “ข้าวไทย” ใหม่หมาด ...งานนี้สาวๆ ผู้รักสุขภาพ เตรียมฮือฮา กิ๊วก๊าว
กรี๊ดกร๊าด รอกันได้เลย

ข้าวพันธุ์นี้จะกลายเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างรวดเร็ว เพราะมีความนุ่ม
กว่าข้าวหอมมะลิเสียอีกเนื่องจากมีอะมิโลสต�่ำเพียง9-12%ข้าวกล้องสุกจึงเหนียวนุ่ม
จนสามารถน�ำมาท�ำผลิตภัณฑ์ซูชิได้ดีไม่แพ้ข้าวญี่ปุ่น ท�ำน�้ำข้าวกล้องงอกได้อร่อย
เป็นเลิศ ท�ำข้าวตังได้ดีท�ำไอศกรีมก็อร่อย และมีสีสันน่าทาน...โอ้ว!...แม่เจ้า อร่อยกว่า
ข้าวหอมมะลิมีคุณค่ากว่าข้าวสังข์หยด

ทุกวันที่ 5 มิถุนายนของทุกปี ถูกก�ำหนดให้เป็น “วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ”
...และในปี พ.ศ. 2558 ...ในวันส�ำคัญนี้...คนไทยทั่วประเทศก็ได้รู้จักข้าวสายพันธุ์
ใหม่อีกสายพันธุ์หนึ่ง นั่นก็คือ “ข้าวทับทิมชุมแพ”
ข้าวน้องใหม่ ที่แซงหน้ารุ่นพี่ๆ เพราะได้รับการคัดเลือกให้จัดขึ้นโต๊ะเสวย
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งเสด็จพระราชด�ำเนินมาเป็น
องค์ประธานในพิธีเปิดงานวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ ปี พ.ศ. 2558
...เป็นข้าวลูกครึ่ง “อีสาน-ใต้”
...จึงได้มีสีสัน และผิวที่เข้ม แบบ “คนใต้”
...และได้ความอึด อดทน ต้นเตี้ย ไม่ล้มเพราะแรงลม แบบ “คนอีสาน”
รวมร่างแล้วกลายเป็นข้าวที่มี “รสชาติ” และ “คุณค่า” ทางโภชนาการสูง แถมปลูก
ได้ทุกภาค และปลูกได้ตลอดทั้งปีอีกด้วย
แม้ข้าวทับทิมชุมแพ จะยังอยู่ระหว่างการขึ้นทะเบียนพันธุ์จากกรมวิชาการเกษตร
และรอการรับรองพันธุ์จากกรมการข้าว โดยในขณะนี้ศูนย์วิจัยข้าวชุมแพ (หน่วยงาน
ผู้คิดค้น) ก็ก�ำลังเร่งแจกจ่ายพันธุ์ข้าวทับทิมชุมแพให้เกษตรกรที่สนใจน�ำไปทดลองปลูก
ตามเสียงเรียกร้อง
“ข้าวทับทิมชุมแพ” เป็นผลงานการปรับปรุงพันธุ์ของ “คุณรณชัย ช่างศรี”
นักวิชาการเกษตรช�ำนาญการพิเศษ แห่งศูนย์วิจัยข้าวชุมแพ จ.ขอนแก่น (อดีตสังกัด
ศูนย์วิจัยข้าวสุรินทร์ คนเดียวกับผู้ที่อยู่เบื้องหลังการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์ข้าวพื้นเมือง
ให้เป็นพันธุ์บริสุทธิ์ ภายใต้ชื่อข้าวมะลิโกเมนสุรินทร์ และมะลินิลสุรินทร์)
ความเดิม...หลังจากที่คุณรณชัยถูกส่งไปเรียนหลักสูตรพิเศษ “การปรับปรุงพันธุ์พืช
เพื่อระบบอินทรีย์ที่ใช้ปัจจัยการผลิตต�่ำ” ณ Michael Fields Agricultural Research
Institute, Wisconsin สหรัฐอเมริกา ก็เลยเกิดอาการอยากลองของ จึงได้คิดทดลอง
ปรับปรุงพันธุ์ข้าวขึ้น โดยโจทย์ในใจตอนนั้นคือ ...คิดค้นพันธุ์ข้าวอินทรีย์ใหม่ที่ไม่ตอบสนอง
ต่อปุ๋ยเคมีและยาฆ่าแมลง
ประจวบเหมาะกับความนิยมบริโภคข้าวของคนไทยในขณะนั้น ที่เกิดกระแสหันมา
บริโภคข้าวสีเพื่อสุขภาพกันมากขึ้น และ “ข้าวสังข์หยด” จากแดนใต้ ก็มาแรง อีกทั้งยัง
มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก
ว่าแล้ว...คุณรณชัยก็เลยน�ำ “ข้าวสังข์หยด” มาผสมพันธุ์กับ “ข้าวหอมมะลิ105”
(Semi-dwarf ) ที่กลายพันธุ์จากรังสี หรือการเอา “ใต้” ผสมกับเลือด “อีสาน” เป็นการผสม
ข้ามพันธุ์ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 คัดพันธุ์แบบสืบตระกูล จนเวลาผ่านไป 7 ชั่วรุ่น ในปี พ.ศ.2555

จึงได้ข้าวสายพันธุ์ใหม่ที่มีเยื่อหุ้มเมล็ดสีแดง ที่สายพันธ์ุนิ่ง
และไม่กลายพันธุ์ ไม่ไวต่อช่วงแสง สามารถปลูกได้ทั้งปี
แถมมีต้นเตี้ย ทนทานแรงลม โดยดร.บริบูรณ์ สมฤทธิ์
ที่ปรึกษากรมการข้าว ตั้งชื่อให้ว่า “ทับทิมชุมแพ”
ข้อดีของ “ข้าวทับทิมชุมแพ” คือสามารถปลูก
ได้ทั้งปี และให้ผลผลิตค่อนข้างสูงถึง 797 กิโลกรัม
ต่อไร่ ซึ่งมีล�ำต้นเตี้ยจึงไม่โดนลมพัดหักง่าย โดยใช้
ระยะเวลาในการปลูกถึงเก็บเกี่ยวเพียง 135 วัน ขณะที่
ข้าวสังข์หยดปลูกได้ปีละครั้ง มีอายุยาวนาน และ
ผลผลิตไม่สูงมากนัก นอกจากนั้นข้าวทับทิมชุมแพ ยังมี
เยื่อหุ้มเมล็ดสีแดงคล้ายข้าวสังข์หยด เมื่อสีเป็นข้าวกล้อง
และน�ำมาหุงสุกจะมีสีแดงใสคล้ายทับทิม

คุณค่าทางโภชนาการดีเด่น

จุดเด่นที่ท�ำให้ข้าวทับทิมชุมแพ กลายเป็นข้าวที่
มาแรง คือ รสชาติ และคุณค่าทางโภชนาการ
ด้วยเชื้อสายของ “ขาวดอกมะลิ105” พันธุ์ข้าว
หอมมะลิของไทย เมื่อหุงสุกจึงนุ่มและน่าทาน

บวกกับเชื้อสายของ “สังข์หยด”ที่มากคุณค่าท�ำให้“ข้าวทับทิมชุมแพ” เป็นข้าว
ที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระทั้งฟีโนลิกทั้งหมด7048.13 mgGAE/100g of sample
และฟลาโวนอยด์ทั้งหมด 5233.14 mgCE/100g of sample ซึ่งมีสูงกว่าสังข์หยด
พัทลุง (ปริมาณฟีโนลิกทั้งหมด 4661.05 mgGAE/100g of sample และปริมาณ
ฟลาโวนอยด์ทั้งหมด 2989.21 mgCE/100g of sample) เรียกว่ามีสารต้านอนุมูลอิสระ
ทั้ง 2 ตัวนี้มากกว่าสังข์หยดเป็นเท่าตัว
“สารประกอบฟีโนลิก” (Phenolic Compounds)หรือสารประกอบฟีนอลเป็นสาร
ที่พบตามธรรมชาติในพืชหลายชนิด เช่น ผัก ผลไม้เครื่องเทศ สมุนไพร ถั่วเมล็ดแห้ง
และเมล็ดธัญพืช
ส�ำหรับประโยชน์ที่มีต่อสุขภาพของสารประกอบฟีนอลคือเป็นสารต้านออกซิเดชัน
(Antioxidant)ยับยั้งปฏิกิริยาออกซิเดชันและเป็นสารต้านการกลายพันธุ์(Antimutagrns)
ที่มีสรรพคุณดีต่อสุขภาพ สามารถป้องกันโรคต่างๆ โดยเฉพาะโรคหัวใจขาดเลือดและ
โรคมะเร็ง ซึ่งสารประกอบฟีนอล จะท�ำหน้าที่ก�ำจัดอนุมูลอิสระ (Free Radical) และ
ไอออนของโลหะที่สามารถเร่งการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันของไขมัน และโมเลกุลอื่นๆ
โดยใช้ตัวเองเป็นตัวรับอนุมูลอิสระท�ำให้ยับยั้งปฏิกิริยาลูกโซ่ที่มีอนุมูลอิสระเป็นสาเหตุ
และสารต้านอนุมูลอิสระที่จะถูกท�ำลายไปด้วย
ส่วน “สารฟลาโวนอยด์” (Flavonoids) เป็นสารพฤกษาเคมีที่มีคุณสมบัติ
ต่อต้านอนุมูลอิสระ พบในเม็ดสีชนิดละลายในน�้ำของผัก ผลไม้เมล็ดธัญพืช ใบไม้

และเปลือกไม้สารฟลาโวนอยด์บางชนิดมีความสามารถ
ในการต้านอนุมูลอิสระเหนือกว่าวิตามินซีหรือวิตามินอี
ถึง50 เท่าส�ำหรับฟลาโวนอยด์ที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ
ในร่างกายของคนเรา คือ ไบโอฟลาโวนอยด์ เป็นสาร
ที่พบมากในผักและผลไม้จัดเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ
ที่มีประสิทธิภาพสูง จากการศึกษาวิจัยทางคลินิกแสดง
ให้เห็นว่าสารอาหารชนิดนี้สามารถยับยั้งการเจริญเติบโต
ของเนื้องอก และเส้นเลือดภายในเนื้องอกได้
นอกจากสารต้านอนุมูลอิสระที่มีอยู่สูงข้าวทับทิม
ชุมแพ ยังอุดมไปด้วยโปรตีนธาตุเหล็กและฟอสฟอรัส
ซึ่งช่วยบ�ำรุงโลหิตบ�ำรุงร่างกายป้องกันโรคความจ�ำเสื่อม
และที่ส�ำคัญส�ำหรับคนหนุ่มคนสาว คือ “ช่วยชะลอ
ความแก่” ได้อีกด้วย
นอกจากนั้นจากการศึกษาเพิ่มเติมพบว่าวิตามินอี
โดยเฉพาะ -Tocopherolและ Y-Oryzanols รวมทั้ง
ฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระที่สูงกว่า(โดยวิธีDPPH Assay
ข้าวทับทิมชุมแพ มีIC50=0.00116 ขณะที่ข้าวสังข์หยด
พัทลุง มีIC50=0.00223)

ข้าวทับทิมชุมแพ
ประวัติพันธุ์
ข้าวพันธุ์ทับทิมชุมแพ (ข้าวเจ้าสายพันธุ์ SRN06008-18-1-5-7-CPA-20) เกิดจาก
การผสมพันธุ์ระหว่างข้าวเจ้าพันธุ์ขาวดอกมะลิ105 กลายพันธุ์จากรังสี ทรงต้นเตี้ย (Semidwarf
KDML105) ที่มีลักษณะต้านทานต่อโรคไหม้ ไม่ไวต่อช่วงแสง โดยเป็นพันธุ์แม่
กับข้าวเจ้าพันธุ์สังข์หยด ซึ่งเป็นข้าวเจ้าที่มีเยื่อหุ้มเมล็ดสีแดง ไวต่อช่วงแสง อายุหนัก ต้นสูง
เป็นพันธุ์พ่อ ที่ศูนย์วิจัยข้าวสุรินทร์ในฤดูนาปรังปี พ.ศ.2549 และคัดเลือกข้าวพันธุ์ผสมแบบ
สืบตระกูล ชั่วที่ 1-6 ในฤดูนาปี พ.ศ.2549-2554 ที่ศูนย์วิจัยข้าวสุรินทร์ และชั่วที่ 7 ในฤดู
นาปี พ.ศ.2555 ที่ศูนย์วิจัยข้าวชุมแพ ปลูกเปรียบเทียบผลผลิตในสถานี ฤดูนาปี พ.ศ.2556
หลังจากนั้นน�ำผลผลิตมาวิเคราะห์คุณภาพเมล็ดทางเคมีและทางกายภาพ ที่ศูนย์วิจัยข้าว
อุบลราชธานี ปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระฟีโนลิกและฟลาโวนอยด์ และฤทธิ์ในการ
ต้านอนุมูลอิสระที่คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ปลูกประเมินลักษณะ
ประจ�ำพันธุ์ที่ศูนย์วิจัยข้าวชุมแพ และทดสอบปฏิกิริยาต่อโรคและแมลงศัตรูข้าว ที่ส�ำคัญ
วิเคราะห์ปริมาณวิตามินอี แกมมา-ออไรซานอล และฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ ที่คณะ
วิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในฤดูนาปี พ.ศ.2557
ลักษณะของสายพันธุ์
เป็นข้าวเจ้าไม่ไวต่อช่วงแสง
ความสูงของต้น 113 เซนติเมตร
กอตั้ง ใบเขียว
ปริมาณอะมิโลสต�่ำ (9-12%)
อายุเก็บเกี่ยวประมาณ 135 วัน
มีสารสีขาวคล้ายข้าวเหนียว
ข้าวซ้อมมือมีสีแดงปนสีขาว
ข้าวกล้องมีสีแดง รูปร่างเรียวยาว (7.37 มิลลิเมตร กว้าง 2.02 มิลลิเมตร)
รูปร่าง (ความยาว/ความกว้าง) = 3.64
ลักษณะเด่น
เป็นข้าวเจ้าไม่ไวต่อช่วงแสง ลักษณะทรงต้นแบบใหม่ (New Plant Type) กอตั้งตรง
ล�ำต้นค่อนข้างแข็ง ใบสีเขียว ใบแก่ช้า ข้าวกล้องสีแดง เมล็ดยาว คุณภาพการสีดี
อะมิโลสต�่ำ ความคงตัวของแป้งสุก 68.0 มีอุณหภูมิแป้งสุกต�่ำ มีปริมาณสารต้าน
อนุมูลอิสระฟีโนลิกและฟลาโวนอยด์สูง (ปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระฟีโนลิกทั้งหมด
7804 mgGAE/100g of sample และฟลาโวนอยด์ทั้งหมด 5233) วิตามินอี โดยเฉพาะ
α-Tocopherol สูง (13.48 ug/g) และ Y-Oryzanols สูง มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระมาก
(ค่า IC50 2.68 mg/mL) และความสามารถในการรีดิวซ์เหล็กสูง (3.89 mM/g of sample)
mgCE/100g of sample) มีคุณภาพในการหุงต้มและรับประทานดี โดยข้าวสารหุงสุก
นุ่มมาก ข้าวกล้องและข้าวซ้อมมือหุงสุกนุ่ม ข้าวกล้องหุงสุกมีสีแดงใสคล้ายสีของทับทิม
(Ruby) ท�ำการขยายเมล็ดพันธุ์เผยแพร่ในปี พ.ศ.2557
พื้นที่แนะน�ำ
เหมาะส�ำหรับปลูกในพื้นที่นาอินทรีย์ และต้องการข้าวคุณภาพพิเศษ
ข้อควรระวัง
ไม่ควรปลูกใกล้เคียงแปลงปลูกข้าวขาวและควรแยกเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้โดยเฉพาะ

อยู่อาศัยได้ทุกภาคของประเทศ


ความอึดของ “ข้าวทับทิมชุมแพ” ไม่ต่างอะไรกับ
คนอีสาน ที่กระจัดกระจายไปท�ำมาหากินอยู่ในทุกภาค
ของประเทศ
นอกจากจะใช้ปลูกเป็นพันธุ์ข้าวอินทรีย์ใหม่ที่ไม่
ตอบสนองต่อปุ๋ยเคมีและยาฆ่าแมลง ยังเป็นพันธุ์ข้าว
ที่ทนต่อโรคไหม้มากกว่าขาวดอกมะลิ105 ซึ่งพบมาก
ในนาน�้ำฝน และในพันธุ์ข้าวพื้นเมืองที่ไวต่อช่วงแสง โดย
จะพบการระบาดได้ในทุกภาคของประเทศ ไม่ว่าจะเป็น
ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันตก
และภาคใต้
งานนี้คงไม่ต้องแปลกใจ เพราะเมื่อเดือนมิถุนายน
2558 ที่ผ่านมา ทาง “ศูนย์วิจัยข้าวนครศรีธรรมราช”
ได้จัดสาธิตการท�ำนาแบบโยนข้าว และเลือกข้าว “พันธุ์
ทับทิมชุมแพ” มาเป็นพระเอกภายในงาน
“ศูนย์วิจัยข้าวนครศรีธรรมราช” เลือกน�ำข้าวพันธุ์
ทับทิมชุมแพ มาทดลองปลูกที่จังหวัดนครศรีธรรมราช
เป็นแห่งแรกของภาคใต้ ก็เพราะมองเห็นข้อดีในหลาย
ด้านของ “ข้าวพันธุ์ทับทิมชุมแพ” ทั้งด้านรสชาติและ
คุณค่าทางโภชนาการ
ที่ส�ำคัญ...ทางศูนย์ฯ เชื่อว่าข้าวพันธุ์นี้จะกลายเป็น
ที่ต้องการของตลาดอย่างรวดเร็ว และจากการทดลอง
ตลาดพบว่าสามารถขายข้าวกล้องได้กิโลกรัมละ 100 บาท
เพราะมีความนุ่มกว่าข้าวหอมมะลิเสียอีก เนื่องจากมี
อะมิโลสต�่ำเพียง 9-12% ข้าวกล้องสุกจึงเหนียวนุ่มจน
สามารถน�ำมาท�ำผลิตภัณฑ์ซูชิได้ดีไม่แพ้ข้าวญี่ปุ่น ท�ำน�้ำ
ข้าวกล้องงอกได้อร่อยเป็นเลิศ ท�ำข้าวตังได้ดี ท�ำ
ไอศกรีมก็อร่อยและมีสีสันน่าทาน...โอ้ว!...แม่เจ้า
อร่อยกว่าหอมมะลิ มีคุณค่ากว่าข้าวสังข์หยด
เห็นทีงานนี้คงมีแย่งกันปลูก...ไม่แน่ว่าเมื่อ
“ไรซ์เบอร์รี่” เริ่มซา เราอาจได้เห็น “ข้าวทิบทิมชุมแพ”
ก้าวขึ้นมาเร็วๆ นี

 

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง